Search
  • Sasee Chanprapun

เรื่องเล่าเกี่ยวกับวงการล่ามฝรั่ง

Updated: Nov 14, 2020

#ทีมล่าม #การประชุมระหว่างประเทศ #เอกภาพ


ในการเป็นล่ามการประชุมเครือข่ายเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ เพราะล่ามการประชุมทำงานเป็นทีม เวลาทำงานต้องมีล่ามอย่างน้อยสองคนขึ้นไปจึงจะเป็นไปตามข้อกำหนดด้านมาตรฐานและคุณภาพ ในบางครั้งทีมมีมากกว่าสองคน ขึ้นอยู่กับจำนวนภาษาและทิศทางที่แปล การทำงานเป็นล่ามจึงเป็น teamwork ขนาดใหญ่ที่ทุกคนต้องพึ่งพากันเพื่อผลสำเร็จของงาน ซึ่งจะส่งผลต่อความสำเร็จของสมาชิกแต่ละคนในทีมด้วย ทีมเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร มีวิธีการจัดทีมแบบไหน


ขอเริ่มจากทีมขนาดเล็กที่สุดคือทีมที่มีล่ามแปลคู่กันสองคน เขามีวิธีเลือกคนที่จะไปแปลด้วยอย่างไร หรือหากรับงานผ่านตัวแทน (agency) แล้วตัวแทนจะเป็นคนเลือกคู่ล่ามให้จะเอาไหม เรื่องนี้ต้องคิดหนักเพราะคนที่จะมาแปลด้วยกันกับเราจะเป็นปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมให้การแปลของเราดีขึ้นหรือเป็นปัจจัยที่ฉุดให้การแปลของเราแย่ลง ล่ามส่วนใหญ่ต้องการเลือกคนที่จะไปแปลคู่กันเองเพราะต้องการทำงานกับคนที่ตนไว้ใจว่าจะช่วยส่งเสริมให้คุณภาพในการแปลดีขึ้น ผู้จัดงานจึงมักติดต่อล่ามที่ตนไว้ใจเพียงหนึ่งคนแล้วให้ล่ามคนนั้นไปหาคนมาแปลคู่กันที่จะเข้าขากันได้ดี


หากเป็นการประชุมใหญ่ที่มีการแปลจากภาษาการประชุม (ภาษา floor) ออกเป็นภาษาอื่นหลายภาษา การทำงานเป็นทีมยิ่งมีความสำคัญ หากมีผู้ประสานงานที่เป็นล่ามด้วย (consultant interpreter) งานมักดำเนินไปได้อย่างราบรื่นกว่าการที่ agency ส่งเจ้าหน้าที่มาเป็นผู้ประสานงาน โดยผู้ประสานงานที่เป็นล่ามอาจแปลหรือไม่แปลในการประชุมนั้นด้วยก็ได้ แต่จะเป็นตัวกลางที่มีหน้าที่คอยดูแลด้านการจัดการต่าง ๆ เช่นเรื่องเอกสาร น้ำดื่ม (สำคัญมาก) ตลอดจนเรื่องที่พักและการเดินทาง และมีความเข้าใจความต้องการของล่ามมากกว่าผู้ประสานงานจาก agency ซึ่งไม่ได้เป็นล่าม



ตามธรรมเนียมปฏิบัติล่ามจะมีที่อยู่ประจำ (professional domicile) ที่เมืองใดเมืองหนึ่ง หากมีการว่าจ้างให้ไปทำงานนอกเมืองหรือนอกประเทศผู้จ้างต้องจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงรายวัน (per diem) ซึ่งคิดตามค่าครองชีพของสถานที่ที่ไป และค่าจ้างสำหรับวันเดินทางเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งของค่าจ้างวันทำงาน โดยปกติในการทำงานต่างประเทศหนึ่งครั้งจะมีวันเดินทางสองวันคือวันไปและวันกลับ ยกเว้นหากเป็นประเทศใกล้ ๆ ที่สามารถเดินทางกลับได้ในวันสุดท้ายของการทำงาน การประชุมระหว่างประเทศมักมีวัน briefing ซึ่งเป็นวันที่ล่ามทุกคนจะได้มาเจอกันและซักซ้อมความเข้าใจเรื่องรายละเอียดต่าง ๆ กับดูสถานที่จริงสำหรับการปฏิบัติงานด้วย วัน briefing นี้เป็นวันที่ได้รับค่าจ้างเต็มเหมือนวันทำงานปกติ หากเป็นการเดินทางข้ามทวีปอาจมีวันพักผ่อน (rest day) ซึ่งได้รับค่าจ้างเต็มเช่นกันและอาจต่อรองขอนั่งเครื่องบินชั้นธุรกิจได้ด้วยหากเป็นการเดินทางที่ใช้เวลานาน การว่าจ้างจะมีการทำสัญญาเสมอ โดยสัญญาจะระบุรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับการจ้างงานและการยกเลิก (cancellation clause) ข้อกำหนดมาตรฐานในการยกเลิกคือ หากยกเลิก 60-90 วันก่อนวันงานมีค่ายกเลิก 25% ของค่าจ้าง หากยกเลิก 30-59 วันก่อนวันงานมีค่ายกเลิก 50% ของค่าจ้าง และหากยกเลิกน้อยกว่า 30 วันก่อนวันงานมีค่ายกเลิก 100% ของค่าจ้าง


วงการล่ามเป็นวงการแคบ ๆที่ทุกคนรู้จักกันดี ในวงการล่ามฝรั่งและล่ามเอเชียบางประเทศ เช่นจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี คนที่จะมาเป็นล่ามได้ส่วนมากจบจากโรงเรียนล่าม ในยุโรป อเมริกา และออสเตรเลียมักสอนการแปลแบบล่ามในระดับบัณฑิตศึกษา โดยสอนวิธีการแปลต่อยอดขึ้นมาจากทักษะทางภาษาที่ทุกคนต้องมีอยู่แล้วก่อนที่จะมาเรียน ล่ามจึงไม่ใช่ใครก็ได้ที่รู้ภาษาต้นทางกับภาษาปลายทาง แต่เป็นผู้มีทักษะในการเชื่อมความหมายภาษาปลายทางกับภาษาต้นทาง เนื่องจากการแปลไม่ใช่เพียงการนำคำในภาษาหนึ่งมาแทนที่คำในอีกภาษา แต่เป็นการนำข้อมูลด้านภาษาและข้อมูลด้านเนื้อหามารวมกันเพื่อใช้ตรรกะวิเคราะห์หาความหมาย แล้วจึงถ่ายทอดออกเป็นภาษาปลายทาง ผู้เป็นล่ามจึงต้องมีความใฝ่รู้และมีข้อมูลในเชิงกว้างถึงจะสามารถแปลได้ดี


คนในวงการล่ามฝรั่งและเอเชียบางประเทศมองว่าอาชีพล่ามเป็นอาชีพที่มีคุณค่า และล่ามในประเทศเหล่านั้นมักมีสถานะทางสังคมที่ดี แต่ก็เช่นเดียวกับในหลาย ๆ ประเทศที่มีการปฏิบัติที่เป็นข้อกังขาอยู่บ้าง เช่นเมื่อไม่นานมานี้อดีต Chief Interpreter ขององค์การระหว่างประเทศองค์การหนึ่งได้ออกมาทำธุรกิจ RSI platform และเปิดให้มีการอบรมการใช้ platform นั้นโดยไม่คิดมูลค่า ผู้ที่จบการอบรมจะได้ตรา (badge) ไว้แสดงบนประวัติของตนว่าได้ผ่านการอบรมนี้มาแล้ว แรก ๆ ทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดี แต่ภายหลังเริ่มเป็นที่ทราบกันว่า platform เจ้านี้ไปกวาดต้อนผู้ที่เพิ่งจบการศึกษาจากโรงเรียนล่ามแห่งหนึ่งในอเมริกามาทำงานโดยให้ค่าจ้างต่ำมาก ล่ามฝรั่งส่วนใหญ่จึงพร้อมใจกันต่อต้านและนำตราที่ได้รับมาออกจากประวัติของตน


การมีเอกภาพในวงวิชาชีพจะช่วยพัฒนาและรักษามาตรฐานวิชาชีพนั้นได้ดีกว่าการที่ต่างคนต่างไป หากทุกคนในอาชีพล่ามสามารถรวมตัวกันได้เป็นกลุ่มก้อนและสมัครใจปฏิบัติตามมาตรฐานที่ตนได้ร่วมกันกำหนดขึ้น คุณูปการที่จะเกิดตามมาคือการยกระดับวิชาชีพ (forwarding the profession) ที่รุ่นพี่จะช่วยชี้แนะแนวทางที่เป็นประโยชน์แก่รุ่นน้อง ส่งเสริมให้รุ่นน้องได้พัฒนาสู่ระดับที่สูงขึ้นต่อไป และทุกคนจะก้าวหน้าไปด้วยกันได้โดยไม่มีการแสวงประโยชน์ (exploit) ซึ่งกันและกัน


 

เกี่ยวกับผู้เขียน

ร.ศ. ศศี จันทร์ประพันธ์ schanprapun@yahoo.com เป็นอาจารย์ประจำภาควิชาภาษาอังกฤษและภาษาศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเป็นล่ามการประชุมอิสระ สมาชิกสมาคมล่ามการประชุมระหว่างประเทศ (AIIC) เป็นอาจารย์สอนโครงการปริญญาโทการแปลล่ามที่ศูนย์การแปลและล่ามเฉลิมพระเกียรติ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีความสนใจเรื่องการแปลและการแปลแบบล่าม ต้องการยกระดับวงการล่ามไทยให้มีมาตรฐานที่ดี และส่งเสริมศักดิ์ศรีในอาชีพล่าม

269 views0 comments